วิธีคิดคะแนน TOEIC® เข้าใจง่ายใน 5 นาที

การสอบ TOEIC® (Test of English for International Communication) คือการวัดความสามารถด้านภาษาอังกฤษในชีวิตจริง โดยเฉพาะในบริบทของการทำงาน หลายคนอาจเคยได้ยินว่า TOEIC® เต็ม 990 คะแนน แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าทำข้อสอบไปแล้วได้กี่คะแนน? วันนี้เรามาไขข้อสงสัยกันแบบเข้าใจง่าย ๆ

ข้อสอบ TOEIC® มีพาร์ตอะไรบ้าง?

ข้อสอบ TOEIC® แบ่งออกเป็น 2 พาร์ตหลัก :

  • Listening Comprehension: 100 ข้อ คะแนนเต็ม 495 คะแนน
  • Reading Comprehension: 100 ข้อ คะแนนเต็ม 495 คะแนน

รวมทั้งหมดคือ 990 คะแนน โดยคะแนนแต่ละพาร์ตจะไม่ได้ตรงกับจำนวนข้อที่เราทำถูก เช่น ทำถูก 70 ข้อ ไม่ได้แปลว่าจะได้ 70% ของ 495 คะแนน เพราะระบบคะแนนจะใช้ “scaled score” หรือคะแนนที่ปรับตามความยากของข้อสอบ

คำนวณคะแนน TOEIC® ยังไง?

จริง ๆ แล้ว ETS (Educational Testing Service) หรือผู้จัดสอบมาตรฐานระดับโลกหลายรายการ เช่น TOEFL, TOEIC ไม่เปิดเผยวิธีคำนวณคะแนนแบบเป๊ะ ๆ แต่จากประสบการณ์ของผู้สอบและการเก็บสถิติพบว่าการคิดคะแนน TOEIC® ไม่ใช่แค่จำนวนข้อที่ถูก แต่ดูจากระดับของข้อที่ถูกด้วย เช่น

จำนวนข้อที่ทำถูกคะแนนที่ได้โดยเฉลี่ย
50 ข้อ200-250 คะแนน
70 ข้อ300-350 คะแนน
71-90 ข้อ400-450 คะแนน
91-100 ข้อ450-495 คะแนน

ดังนั้นเวลาคำนวณคะแนน TOEIC® อย่าดูแค่ว่า “ผิดกี่ข้อ” แต่ให้สนใจว่า “พาร์ตไหนยาก แล้วเราทำได้ดีแค่ไหน” ต่างหาก!

🔴 ปรึกษาการสอบ TOEIC® หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม คลิกเลย m.me/krudewenglishofficial

ตารางเปรียบเทียบคะแนน TOEIC® โดยรวม
อยากได้คะแนนสูงขึ้น ต้องเตรียมตัวยังไง?

ฝึกให้ตรงจุด! ถ้ารู้ว่าตัวเองอ่อนพาร์ทตไหน เช่น Listening ฟังไม่ทัน หรือ Reading อ่านไม่ทันเวลา 

แนะนำให้ใช้แนวทางฝึกแบบ “จำลองสถานการณ์สอบจริง” เช่น ใช้หนังสือหรือคอร์สที่มี mock test พร้อมจับเวลา, ฝึกฟังผ่านสำเนียงเจ้าของภาษา และอย่าลืมว่า แกรมมาร์ก็สำคัญ เพราะมีผลกับพาร์ต Reading อย่างมาก

🔴 ปรึกษาการสอบ TOEIC® หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม คลิกเลย m.me/krudewenglishofficial

ที่มา: https://www.opendurian.com/news/toeic-5/

ป้ายกำกับ

งานแนะนำ!